
ดูโบรฟนิก — ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติกและมรดกโลก UNESCO
ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก มรดกโลก UNESCO กำแพงเมือง 1,940 เมตร และ Game of Thrones
ดูโบรฟนิก — ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก
ดูโบรฟนิก (Dubrovnik) เมืองมรดกโลก UNESCO ลำดับที่ 95 (ขึ้นทะเบียนปี 1979) บนชายฝั่งทางใต้ของโครเอเชีย ริมทะเลเอเดรียติก กำแพงหินโบราณยาว 1,940 เมตร สูงสุด 25 เมตร ล้อมรอบเมืองเก่าที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป ได้รับฉายา "ไข่มุกแห่งเอเดรียติก" และเป็นที่รู้จักทั่วโลกในฐานะฉากถ่ายทำ Game of Thrones (King's Landing)
สำหรับกรุ๊ปองค์กรและ Incentive Travel ดูโบรฟนิกมี Valamar Lacroma ศูนย์ประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียรองรับ 1,200 คน Restaurant 360 ระดับ Michelin 1 ดาว (Michelin Guide Croatia 2025) บนกำแพงเมือง และกิจกรรม Team Building ระดับพรีเมียม ตั้งแต่ Sea Kayaking รอบกำแพงเมืองจนถึง Sunset Gala Dinner บนป้อม Lovrijenac (Red Keep) BENS DVA AGENCY ใบอนุญาต TAT 11/13082 ดูแลกรุ๊ปองค์กรสู่ดูโบรฟนิกมากกว่า 10 ปี พร้อมจัดแพ็กเกจครบวงจรสำหรับทีม 20–500 คน
ดูโบรฟนิก — ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก
ดูโบรฟนิก (Dubrovnik) เมืองชายฝั่งทางตอนใต้ของโครเอเชีย ริมทะเลเอเดรียติก ได้รับฉายาว่า "ไข่มุกแห่งเอเดรียติก" ที่มักกล่าวกันว่ามาจาก Lord Byron กวีชาวอังกฤษ เมืองเก่าได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก UNESCO ตั้งแต่ปี 1979 ในปี 2024 ดูโบรฟนิกต้อนรับนักท่องเที่ยว กว่า 1.3 ล้านคน พร้อม กว่า 4 ล้านคืนพัก ปี 2025 ดูโบรฟนิกได้รับรางวัล World's Leading Sustainable Destination จาก WSTHA
กำแพงเมืองโบราณ — สัญลักษณ์แห่งดูโบรฟนิก
กำแพงเมืองดูโบรฟนิก (Walls of Dubrovnik) ทอดยาวต่อเนื่อง 1,940 เมตร รอบเมืองเก่า สูงสุดถึง 25 เมตร เป็นหนึ่งในระบบป้อมปราการยุคกลางที่สมบูรณ์ที่สุดในยุโรป ประกอบด้วยป้อมปราการ 6 แห่งได้แก่ Minčeta Bokar St John Revelin St Lucas และ Lovrijenac (ที่รู้จักในฐานะ Red Keep จากซีรีส์ Game of Thrones) การเดินชมกำแพงใช้เวลาประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง มีผู้เยี่ยมชม กว่า 1 ล้านคน ต่อปี ตั้งแต่ปี 2024 ใช้ระบบจองออนไลน์ล่วงหน้า จำกัดเรือสำราญไม่เกิน 2 ลำต่อวัน และจำกัดการขึ้นฝั่งไม่เกิน 5,000 คนต่อวัน
เมืองเก่า Stradun และสถาปัตยกรรมยุคกลาง
Stradun (หรือ Placa) ถนนสายหลักปูด้วยหินอ่อนขัดมันเชื่อม Pile Gate ทางตะวันตกกับ Ploče Gate ทางตะวันออก เป็นหัวใจของเมืองเก่าที่เรียงรายด้วยอาคารหน้าจั่วสไตล์บาร็อค สถานที่สำคัญได้แก่ Rector's Palace ศูนย์กลางอำนาจของ สาธารณรัฐราคูซา (Republic of Ragusa) ที่ปกครองตนเองตั้งแต่ปี 1358 ถึง 1808 Sponza Palace อาคารผสมผสานสไตล์โกธิกและเรเนซองส์จากศตวรรษที่ 16 Dubrovnik Cathedral และ Franciscan Monastery ที่มี Old Pharmacy เปิดให้บริการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1317 เป็นร้านขายยาที่เก่าแก่อันดับ 3 ของโลกที่ยังเปิดให้บริการ
เกาะ Lokrum และจุดชมวิว Mt Srđ
เกาะ Lokrum อยู่ห่างจากเมืองเก่าเพียง 10 นาทีโดยเรือ เป็นเขตอนุรักษ์ธรรมชาติที่มีสวนพฤกษศาสตร์ ทะเลสาบเค็ม Dead Sea และยังเป็นที่จัดแสดง Iron Throne ต้นฉบับจาก HBO Mt Srđ สูง 412 เมตร ขึ้นได้ด้วย กระเช้าลอยฟ้า (Dubrovnik Cable Car) ภายใน 3.5 นาที มอบวิวพาโนรามาเมืองเก่า ทะเลเอเดรียติก และ หมู่เกาะ Elaphiti
อาหารและร้าน Fine Dining
Restaurant 360 โดยเชฟ Marijo Curić ครอง Michelin 1 ดาว (Michelin Guide Croatia 2025) ตั้งอยู่บนกำแพงเมืองใกล้ St John's Fortress วิวท่าเรือเก่าและทะเล เสิร์ฟอาหารเมดิเตอร์เรเนียนผสมเทคนิคฝรั่งเศสและกลิ่นอายเอเชีย Nautika ร้านซีฟู้ดระดับพรีเมียมที่ Pile Gate วิว Lovrijenac Fortress และ Proto ร้านอาหารทะเลที่เปิดตั้งแต่ปี 1886 ใกล้ Stradun เป็นร้านที่เก่าแก่ที่สุดของเมือง
ดูโบรฟนิกสำหรับงาน MICE และ Incentive Travel
ศูนย์ประชุมและสถานที่จัดงาน
Valamar Lacroma Dubrovnik Hotel เป็นศูนย์ MICE หลักของเมือง มีห้องประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชีย รองรับได้ถึง 1,200 คน พร้อมห้องประชุมย่อยอีก 7 ห้อง ตั้งอยู่บน คาบสมุทร Babin Kuk ล้อมรอบด้วยป่าสน Rixos Premium Dubrovnik มี 310 ห้องพักและสวีท พร้อมศูนย์ประชุม 6 ห้อง รองรับได้ถึง 900 คน ในรูปแบบโรงละคร
โรงแรม 5 ดาวสำหรับกรุ๊ปองค์กร
Hotel Excelsior Dubrovnik โรงแรมตำนานเปิดตั้งแต่ปี 1913 มี 158 ห้องพักรวม 19 สวีท ใน Villa Odak บริหารงานโดย Adriatic Luxury Hotels สมาชิก Small Luxury Hotels of the World Villa Dubrovnik บูติคโฮเทลหรูบนหน้าผาริมทะเล พร้อม 56 ห้องพัก สมาชิก The Leading Hotels of the World และ Hotel Dubrovnik Palace บน Lapad Peninsula พร้อมสระว่ายน้ำริมหน้าผาและสปาครบวงจร
กิจกรรม Team Building ริมเอเดรียติก
ดูโบรฟนิกมีกิจกรรม Team Building ที่ใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศทะเลและเกาะ Sea Kayaking พายเรือคายัครอบกำแพงเมืองและเกาะ Lokrum ชมถ้ำ Betina Cave Sailing Regatta แข่งเรือใบไปยัง หมู่เกาะ Elaphiti (Lopud, Šipan, Koločep) Game of Thrones Walking Tour ทัวร์สถานที่ถ่ายทำจริงในเมืองเก่า Wine Tasting ที่ไร่องุ่นบนคาบสมุทร Pelješac แหล่งผลิตไวน์ Plavac Mali และ Dingač พันธุ์องุ่นดั้งเดิมของโครเอเชีย และ Sunset Gala Dinner บนป้อม Revelin หรือ Lovrijenac
การเดินทางจากกรุงเทพฯ
ไม่มีเที่ยวบินตรงจาก สนามบินสุวรรณภูมิ (BKK) ไปยัง สนามบินดูโบรฟนิก (DBV) แต่เดินทางได้ผ่านการต่อเครื่อง 1 ครั้ง Turkish Airlines ต่อที่อิสตันบูลเป็นเส้นทางหลัก Qatar Airways ต่อที่โดฮา และ Lufthansa ต่อที่แฟรงก์เฟิร์ตหรือมิวนิก ใช้เวลาเดินทางรวม 14-18 ชั่วโมง สนามบินดูโบรฟนิกอยู่ห่างจากเมืองเก่าประมาณ 22 กม.
สภาพอากาศและช่วงเวลาที่เหมาะสม
ดูโบรฟนิกมีภูมิอากาศแบบ เมดิเตอร์เรเนียน ฤดูร้อนร้อนและแห้ง ฤดูหนาวอบอุ่น ช่วงที่ดีที่สุดสำหรับงานองค์กรคือ พฤษภาคม-มิถุนายน และ กันยายน-ตุลาคม อุณหภูมิ 20-27°C อากาศอบอุ่นเหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง น้ำทะเลอุ่น 21-23°C ช่วงกรกฎาคม-สิงหาคมอุณหภูมิสูงถึง 30°C+ เป็น high season ที่แออัดมาก โครเอเชียเข้าร่วมเชงเก้นตั้งแต่มกราคม 2023 คนไทยใช้วีซ่าเชงเก้นเดินทางได้
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด
พ.ค.-มิ.ย. และ ก.ย.-ต.ค. (20-27°C น้ำทะเลอุ่น ไม่แออัด)
ไฮไลท์
เคล็ดลับการเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย
ดูโบรฟนิกมีอะไรน่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว?
ดูโบรฟนิกเป็นเมืองมรดกโลก UNESCO ริมทะเลเอเดรียติก มีกำแพงเมืองโบราณยาว 1,940 เมตร ถนนหินอ่อน Stradun เป็นเมืองถ่ายทำ Game of Thrones (King's Landing) มี Restaurant 360 ระดับ Michelin 1 ดาว (Guide 2025) เกาะ Lokrum ห่างเพียง 10 นาทีโดยเรือ กระเช้า Mt Srđ ชมวิวเมืองแบบพาโนรามา
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเดินทางไปดูโบรฟนิกคือเมื่อไหร่?
ช่วงที่ดีที่สุดคือพฤษภาคม-มิถุนายนและกันยายน-ตุลาคม อุณหภูมิ 20-27°C น้ำทะเลอุ่น 21-23°C ควรหลีกเลี่ยงกรกฎาคม-สิงหาคมที่แออัดมาก ดูโบรฟนิกเป็นเมืองที่มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวต่อประชากรสูงที่สุดในยุโรป
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปดูโบรฟนิกสะดวกไหม?
ไม่มีเที่ยวบินตรง BKK-DBV แต่เดินทางได้โดยต่อเครื่อง 1 ครั้งผ่านอิสตันบูล (Turkish Airlines) โดฮา (Qatar Airways) หรือแฟรงก์เฟิร์ต (Lufthansa) ใช้เวลา 14-18 ชั่วโมง สนามบินดูโบรฟนิกอยู่ห่างเมืองเก่า 22 กม.
ดูโบรฟนิกเหมาะจัดงาน Incentive Trip หรือ MICE สำหรับองค์กรไหม?
ดูโบรฟนิกเหมาะอย่างยิ่ง มี Valamar Lacroma ศูนย์ประชุมที่ใหญ่ที่สุดในโครเอเชียรองรับ 1,200 คน โรงแรม 5 ดาวอย่าง Hotel Excelsior (เปิด 1913) และ Rixos Premium (310 ห้อง) กิจกรรม Team Building หลากหลายทั้ง Sea Kayaking รอบกำแพงเมือง Sailing Regatta ไปหมู่เกาะ Elaphiti และ Gala Dinner บนป้อมโบราณ
คนไทยต้องใช้วีซ่าอะไรในการเดินทางไปดูโบรฟนิก?
โครเอเชียเข้าร่วมเชงเก้นตั้งแต่มกราคม 2023 คนไทยจึงใช้วีซ่าเชงเก้นเดินทางได้ ควรยื่นล่วงหน้า 4-6 สัปดาห์ วีซ่าเชงเก้นใบเดียวใช้เดินทางได้ทั่วยุโรปเชงเก้น