
กฎ 90/180 เชงเก้น นับยังไงสำหรับทีมที่เดินทางยุโรปบ่อย
กฎ 90/180 เชงเก้น หมายถึง ผู้เดินทางระยะสั้นอยู่ในพื้นที่เชงเก้นได้รวมไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วัน การนับไม่ได้รีเซ็ตต้นเดือน ต้นปี หรือหลังออกจากเชงเก้นหนึ่งครั้ง แต่ต้องมองย้อนหลัง 180 วันจากทุกวันที่อยู่ในพื้นที่นั้น
สำหรับ HR อย่าดูเพียงว่าวีซ่ายังไม่หมดอายุหรือเป็นแบบเข้าออกหลายครั้ง ให้รวมวันเข้าและวันออกของสมาชิกแต่ละคนจากทุกทริป ทั้งงานแฟร์ ประชุม เยี่ยมลูกค้า ท่องเที่ยวส่วนตัว และทริปบริษัท แล้วตรวจซ้ำด้วย เครื่องคำนวณระยะพำนักระยะสั้นของคณะกรรมาธิการยุโรป ก่อนล็อกตั๋ว หากต้องการภาพรวมเรื่องการยื่นวีซ่ากรุ๊ป ให้ อ่านหน้าหลักของหัวข้อนี้ ควบคู่กัน
กฎ 90/180 เชงเก้น นับอย่างไรให้ไม่พลาด?
ให้นับทุกวันที่บุคคลนั้นอยู่ในพื้นที่เชงเก้น รวมวันเดินทางเข้าและวันเดินทางออก แล้วตรวจว่าในช่วงย้อนหลัง 180 วันจากวันนั้น มียอดรวมไม่เกิน 90 วัน กรอบ 180 วันจะเลื่อนไปวันต่อวัน จึงต้องตรวจตลอดทริป ไม่ใช่ตรวจเฉพาะวันเข้า
Schengen Borders Code มาตรา 6 ระบุหลัก “ไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วัน” และให้ถือวันเข้าเป็นวันแรก ส่วนวันออกเป็นวันสุดท้ายของการพำนัก ข้อความนี้เป็นฐานสำหรับทั้งผู้ที่ต้องมีวีซ่าระยะสั้นและผู้ที่ได้รับยกเว้นวีซ่า โดยยังต้องดูเงื่อนไขเฉพาะบนวีซ่าของแต่ละคนด้วย
กรอบ 180 วันเป็นหน้าต่างที่เลื่อนทุกวัน
คำว่า “ทุกช่วง 180 วัน” สำคัญกว่าคำว่า “หกเดือน” เพราะเดือนหนึ่งมีจำนวนวันไม่เท่ากัน และกฎไม่ได้แบ่งเป็นครึ่งปีมกราคม–มิถุนายนกับกรกฎาคม–ธันวาคม วิธีคิดที่ถูกคือ เลือกวันหนึ่งในทริปเป็นวันตรวจ แล้วนับย้อนรวมวันนั้นกลับไปอีก 179 วัน รวมเป็นหน้าต่าง 180 วัน
เมื่อวันใหม่มาถึง หน้าต่างจะเลื่อนไปข้างหน้าหนึ่งวัน วันเก่าที่พ้นขอบหน้าต่างจึงค่อยหลุดออก และวันใหม่ที่อยู่ในเชงเก้นจะถูกเพิ่มเข้ามา ผลคือคนที่เหลือโควตา 15 วันในวันเดินทางเข้า อาจไม่ได้แปลว่าเดินทางได้ 15 วันเสมอไป ถ้าวันเก่าหลุดจากหน้าต่างระหว่างทริป จำนวนวันใช้ได้อาจเปลี่ยน แต่ต้องให้เครื่องคำนวณหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจจากวันที่จริง
วันเข้าและวันออกนับทั้งคู่
ถ้าเข้าพื้นที่เชงเก้นวันที่ 10 และออกวันที่ 19 ของเดือนเดียวกัน ยอดพำนักคือ 10 วัน ไม่ใช่ 9 วัน การข้ามพรมแดนภายในจากฝรั่งเศสไปเยอรมนีไม่ทำให้เริ่มนับใหม่ เพราะยังอยู่ในพื้นที่เชงเก้นเดียวกัน
เที่ยวบินต่อเครื่องต้องดูว่าผู้เดินทางผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเข้าสู่เชงเก้นที่สนามบินใด ตัวอย่างเช่น เดินทางกรุงเทพฯ–ปารีส–โรม โดยผ่านตรวจคนเข้าเมืองที่ปารีส วันนั้นคือวันเข้าเชงเก้น แม้ปลายทางของกรุ๊ปจะเป็นอิตาลี HR จึงควรเก็บเส้นทางบินจริง ไม่บันทึกเพียงเมืองปลายทางของงาน
นับรวมทุกประเทศเชงเก้น ไม่แยกโควตาประเทศ
90 วันเป็นยอดรวมของพื้นที่เชงเก้น ไม่ใช่ 90 วันต่อประเทศ ทริป 7 วันในฝรั่งเศส ต่อด้วย 5 วันในสวิตเซอร์แลนด์ และ 4 วันในอิตาลี รวมเป็น 16 วันเชงเก้น หากออกไปสหราชอาณาจักรแล้วกลับเข้าฝรั่งเศส การออกนอกเชงเก้นช่วงนั้นหยุดการเพิ่มยอด แต่ไม่ได้ล้างประวัติเดิม
หน้า Short-stay calculator ของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่าพื้นที่เชงเก้นปัจจุบันมี 29 ประเทศ และอธิบายให้มองย้อนหลัง 180 วันจากทุกวันของการพำนัก ทีมไม่ควรนำวันในไอร์แลนด์หรือไซปรัสมารวมโดยอัตโนมัติ แต่ต้องตรวจเส้นทางต่อเครื่องและจุดผ่านพรมแดนของทริปจริง

วีซ่า Multiple Entry ที่ยังไม่หมดอายุอยู่ได้ครบ 90 วันเสมอหรือไม่?
ไม่เสมอ อายุวีซ่า จำนวนครั้งที่อนุญาตให้เข้า และจำนวนวันที่อนุญาตให้พำนักเป็นคนละค่า วีซ่าแบบ MULT เปิดทางให้เข้าได้หลายครั้งในช่วงที่วีซ่ามีผล แต่ทุกครั้งยังต้องไม่เกิน DURATION OF STAY บนสติกเกอร์และไม่เกินเพดาน 90/180
คณะกรรมาธิการยุโรปอธิบายประเภทวีซ่าเชงเก้น ว่า multiple-entry visa ใช้เดินทางเข้าได้หลายครั้งตราบที่วีซ่ายังมีผล ส่วนระยะพำนักระยะสั้นยังอยู่ภายใต้เพดานไม่เกิน 90 วันใน 180 วัน ดังนั้นคำว่า “วีซ่า 1 ปี” ไม่ได้หมายถึงอยู่ต่อเนื่องได้ 1 ปี
อ่านสติกเกอร์วีซ่าอย่างน้อย 3 ช่อง
ก่อนอนุมัติทริป ให้ HR ขอสำเนาหน้าวีซ่าที่อ่านชัดและตรวจสามช่องต่อไปนี้โดยไม่คัดลอกเฉพาะวันหมดอายุ
| ช่องบนวีซ่า | หมายถึงอะไร | จุดที่มักเข้าใจผิด | สิ่งที่ HR ต้องทำ |
|---|---|---|---|
FROM ... UNTIL | ช่วงวันที่วีซ่ามีผลให้ใช้เดินทาง | เห็นวันหมดอายุไกล แล้วคิดว่ายังมีวันพำนักเต็ม | เช็กว่าทั้งวันเข้าและวันออกของทริปอยู่ในช่วงที่อนุญาต |
NUMBER OF ENTRIES | เข้าได้หนึ่งครั้ง สองครั้ง หรือหลายครั้ง (MULT) | คิดว่า MULT เท่ากับเข้าและอยู่นานเท่าไรก็ได้ | ตรวจจำนวนครั้งที่ใช้ไปแล้วและแผนเข้าออกนอกเชงเก้น |
DURATION OF STAY ... DAYS | จำนวนวันพำนักที่สติกเกอร์อนุญาต | ใช้เลข 90 เป็นค่าเริ่มต้น ทั้งที่วีซ่าบางใบให้วันน้อยกว่า | ใช้ค่าที่พิมพ์บนสติกเกอร์เป็นเพดานเฉพาะบุคคล แล้วเทียบ 90/180 อีกชั้น |
EUR-Lex เรื่องรูปแบบสติกเกอร์วีซ่า ยืนยันว่าช่อง DURATION OF STAY ระบุจำนวนวันที่ผู้ถือวีซ่าพำนักได้ และการนับรวมวันเข้า–ออกทั้งคู่ ถ้าข้อมูลบนสติกเกอร์ไม่ชัดหรือมีหมายเหตุเฉพาะ ให้ส่งสำเนาไปยืนยันกับสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องที่ออกวีซ่า
วีซ่าระยะยาวและใบอนุญาตพำนักต้องแยกออก
เครื่องคำนวณ 90/180 ไม่ได้ใช้เหมือนกันกับทุกสถานะ หน้าเครื่องคำนวณทางการระบุว่า ช่วงที่พำนักโดยใช้ใบอนุญาตพำนักของสหภาพยุโรปหรือวีซ่าระยะยาวประเภท D ไม่ควรถูกป้อนเป็นการพำนักระยะสั้นในเครื่องมือนี้
อย่างไรก็ดี พนักงานที่มีใบอนุญาตพำนักในประเทศหนึ่งแล้วเดินทางไปประเทศเชงเก้นอื่น อาจยังมีเงื่อนไขการพำนักระยะสั้นสำหรับประเทศอื่นอยู่ จึงไม่ควรตัดชื่อออกจากการตรวจโดยอัตโนมัติ ให้แยกสถานะเอกสาร ประเทศผู้ออก และวัตถุประสงค์ของทริป แล้วขอคำยืนยันเป็นรายกรณี
กฎวีซ่าสำหรับคนไทยปี 2026 ไม่ได้ยกเลิก 90/180
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2026 สหภาพยุโรปประกาศระบบออกวีซ่าแบบขั้นบันไดสำหรับคนไทยที่พำนักในประเทศไทย ผู้มีประวัติใช้วีซ่าถูกต้องอาจได้รับ multiple-entry visa ที่มีอายุ 1 ปี ก่อนขยับเป็น 2 ปีหรือสูงสุด 5 ปีตามเงื่อนไข แต่ประกาศยังย้ำว่าวีซ่าเชงเก้นใช้สำหรับการพำนักระยะสั้นสูงสุด 90 วันในทุกช่วง 180 วัน และไม่ให้สิทธิทำงาน ดูรายละเอียดจาก คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย
พนักงานไปงานแฟร์ 2 ครั้งแล้วมีทริปบริษัท จะเหลือกี่วัน?
ต้องคำนวณจากวันที่เข้าและออกจริงของบุคคลนั้น ไม่มีเลขคงเหลือกลางที่ใช้แทนทั้งทีมได้ ตารางต่อไปเป็นตัวอย่างสาธิตวิธีคิด ไม่ใช่ผลอนุญาตเดินทาง ก่อนใช้จริงต้องป้อนวันที่ทั้งหมดลงเครื่องคำนวณทางการและตรวจสติกเกอร์วีซ่าร่วมด้วย
| เคสตัวอย่าง | ประวัติพำนักในเชงเก้น | ทริปที่กำลังวางแผน | วิธีอ่านผลเบื้องต้น | การตัดสินใจของ HR |
|---|---|---|---|---|
| A: ฝ่ายขายไปงานแฟร์ 2 รอบ | 10–19 ม.ค. = 10 วัน และ 5–14 มี.ค. = 10 วัน | 20–24 พ.ค. = 5 วัน | ก่อนเพิ่มทริปใหม่มียอด 20 วันในกรอบที่เกี่ยวข้อง ทริป 5 วันยังต่ำกว่าเพดาน 90 วัน | ป้อนทุกช่วงใน Planning mode และเช็กว่าวีซ่าครอบคลุมวันเดินทาง |
| B: ผู้บริหารเดินทางยาวหลายรอบ | 15 ม.ค.–13 ก.พ. = 30 วัน, 1–30 มี.ค. = 30 วัน, 1–20 พ.ค. = 20 วัน | 1–15 มิ.ย. = 15 วัน | ยอดเดิม 80 วัน ทริปใหม่ 15 วันอาจทำให้ยอดแตะ 95 วัน เพราะวันเก่ายังไม่หลุดจากกรอบเร็วพอ | อย่าออกตั๋ว 15 วันจากการลบ 90–80 แบบครั้งเดียว ให้ใช้เครื่องคำนวณรายวันและปรับวันออก |
| C: ทีมโครงการเดินทางเป็นช่วง | 1–25 ก.พ. = 25 วัน, 1–25 เม.ย. = 25 วัน, 1–25 มิ.ย. = 25 วัน | 1–20 ส.ค. = 20 วัน | องค์ประกอบของหน้าต่างเปลี่ยนทุกวัน แต่ยอดคงที่ 74 วันตลอด 1–20 สิงหาคม เพราะวันใหม่ในเดือนสิงหาคมแต่ละวันแทนวันที่ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งหลุดจากกรอบ 180 วัน | ใช้ Planning mode ดูวันเข้าและวันออกที่เสนอ แล้วบันทึกผลพร้อมวันที่ตรวจ |
| D: พนักงานมีทั้งทริปงานและทริปส่วนตัว | บริษัทมีข้อมูล 12 วัน แต่เจ้าตัวไปส่วนตัวอีก 18 วัน | ทริปรางวัล 8 วัน | ledger ของบริษัทเห็นเพียง 12 วัน ขณะที่ยอดจริงก่อนทริปคืออย่างน้อย 30 วัน | ให้ผู้เดินทางรับรองประวัติส่วนตัวและแนบหลักฐานวันเข้าออกก่อนคำนวณ |
ทำไมการลบ 90 ด้วยยอดรวมครั้งเดียวจึงไม่พอ
สูตร “90 ลบวันที่ใช้ไป” ใช้เป็นภาพรวมคร่าว ๆ ได้เมื่อทุกวันที่ใช้ไปยังอยู่ในหน้าต่าง 180 วันเดียวกัน แต่จะคลาดเคลื่อนเมื่อวันเก่าเริ่มหลุดระหว่างทริปใหม่ เครื่องคำนวณต้องดูแต่ละวันว่าหน้าต่างย้อนหลังเริ่มและจบตรงไหน
ในเคส B หากดูเฉพาะวันเข้า 1 มิถุนายน อาจสรุปว่าเหลือ 10 วัน แต่ถ้าเปลี่ยนวันเข้าเป็นเดือนถัดไป วันบางส่วนของทริปมกราคมจะหลุดจากหน้าต่าง การคงเหลือจึงอาจเพิ่มขึ้น ข้อสรุปต้องมาจากวันที่จริง ไม่ใช่จำนวนเดือนที่เว้นระหว่างทริป
ทริปข้ามเที่ยงคืนและเที่ยวบินล่าช้าต้องใช้วันจริง
ถ้าแผนเดิมออกจากเชงเก้นวันที่ 30 แต่เที่ยวบินถูกเลื่อนจนผ่านด่านออกวันที่ 31 ยอดพำนักอาจเพิ่มอีกหนึ่งวัน ให้ HR อัปเดต ledger จากหลักฐานการเดินทางจริงหลังจบทริป ไม่ใช้กำหนดการฉบับก่อนเดินทางเป็นประวัติถาวร
กรณีเที่ยวบินออกจากสนามบินช่วงดึก ให้ดูวันที่ผ่านการควบคุมพรมแดนและข้อมูลที่ทางการบันทึก ไม่เดาจากเวลาถึงกรุงเทพฯ ถ้าพบว่าตราประทับเดิมไม่ครบหรือข้อมูลเดินทางขัดกัน ให้เก็บบอร์ดดิ้งพาส ตั๋ว และหลักฐานที่พักไว้ประกอบการยืนยัน
EES ทำให้การเก็บประวัติของบริษัทสำคัญน้อยลงหรือไม่
ไม่ควรลดการเก็บข้อมูล ระบบ Entry/Exit System หรือ EES บันทึกข้อมูลเข้า ออก และการปฏิเสธเข้าเมืองของผู้เดินทางนอกสหภาพยุโรปที่มาพำนักระยะสั้น แต่ HR ยังต้องรู้วันคงเหลือก่อนซื้อตั๋วและก่อนส่งคำร้องวีซ่า
คณะกรรมาธิการยุโรประบุว่า EES เปิดใช้งานเต็มรูปแบบตั้งแต่ 10 เมษายน 2026 และใช้บันทึกการเข้าออกแบบดิจิทัลแทนตราประทับสำหรับการเดินทางระยะสั้น การมีระบบทางการไม่ได้ทำให้ผู้เดินทางไม่ต้องตรวจยอดของตนเอง และบริษัทไม่ควรอ้างว่าสามารถเข้าถึงข้อมูล EES ของพนักงานได้โดยไม่มีช่องทางที่กฎหมายอนุญาต

ใช้ Schengen Short-stay Calculator อย่างไร?
รวบรวมวันเข้าและวันออกทั้งหมดก่อน แล้วเลือกโหมดให้ตรงคำถาม: Check ใช้ตรวจการพำนักที่ผ่านมาและปัจจุบัน ส่วน Planning ใช้ประเมินจำนวนวันที่อาจพำนักได้เมื่อเสนอวันเข้าในอนาคต ผลจากเครื่องมือช่วยคำนวณ แต่ไม่ใช่คำรับรองสิทธิเข้าเมืองหรือคำอนุมัติให้อยู่
ขั้นที่ 1 รวบรวมช่วงพำนักจากทุกแหล่ง
ขอให้สมาชิกส่งหน้าพาสปอร์ตที่เกี่ยวข้อง ประวัติ EES ที่เจ้าตัวเข้าถึงได้ ตั๋ว บอร์ดดิ้งพาส และปฏิทินเดินทางส่วนตัว แล้วทำรายการเป็นคู่วันเข้า–ออก หากเดินทางหลายประเทศเชงเก้นต่อเนื่อง ให้บันทึกเป็นช่วงเดียวตั้งแต่เข้าพื้นที่จนออกจริง
อย่าป้อนการเดินทางภายในเชงเก้นเป็นคนละรอบ เช่น ปารีส–บรัสเซลส์–อัมสเตอร์ดัม เป็นการอยู่ต่อเนื่องหนึ่งช่วง ไม่ใช่สามช่วง ส่วนวันที่อยู่ในประเทศนอกเชงเก้นระหว่างรอบต้องแยกตามจุดผ่านพรมแดนจริง
ขั้นที่ 2 ใช้ Check mode ตรวจประวัติ
ใส่วันที่ต้องการตรวจและช่วงพำนักก่อนหน้า เครื่องมือจะแจ้งว่าข้อมูลในช่วงที่ป้อนสอดคล้องกับกฎหรือมีช่วงที่อาจเกินกำหนด การตรวจนี้เหมาะกับการ audit หลังทริปหรือก่อนอนุมัติทริปใหม่ เมื่อบริษัทต้องรู้ว่าประวัติที่มีอยู่มีจุดผิดปกติหรือไม่
ถ้าเครื่องมือแสดง possible overstay อย่าสรุปทางกฎหมายเอง ให้ตรวจว่าป้อนวันผิดหรือซ้ำหรือไม่ จากนั้นให้ผู้เดินทางติดต่อสถานทูต หน่วยงานตรวจคนเข้าเมือง หรือที่ปรึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้อง การแก้ไฟล์บริษัทไม่เปลี่ยนบันทึกของทางการ
ขั้นที่ 3 ใช้ Planning mode ทดลองวันเข้าใหม่
กำหนดวันเข้าในอนาคต แล้วป้อนช่วงพำนักที่ผ่านมาให้ครบ เครื่องมือจะแสดงจำนวนวันที่อาจอนุญาตได้ตามกฎ 90/180 ณ วันเข้านั้น ทดลองอย่างน้อยสองแผน ได้แก่ วันที่บริษัทต้องการและวันที่สำรองที่เลื่อนออกไป
หากผลเพียงพอดีกับระยะทริป ไม่ควรวางแผนแบบไม่มี buffer เพราะเที่ยวบินล่าช้า การเปลี่ยนเส้นทาง หรือข้อมูลย้อนหลังที่ตกหล่นอาจทำให้ยอดจริงต่างจากแผน Buffer ไม่ใช่การเพิ่มสิทธิ แต่เป็นการลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ
ขั้นที่ 4 เทียบผลกับสติกเกอร์วีซ่า
ผลจากเครื่องคำนวณ 90/180 เป็นเพดานตามกฎทั่วไป แต่ถ้า DURATION OF STAY บนวีซ่าเหลือน้อยกว่า หรือวันเดินทางอยู่นอกช่วง FROM ... UNTIL ต้องใช้ข้อจำกัดที่แคบกว่าเสมอ นอกจากนี้ วีซ่าไม่ได้รับรองการเข้าเมือง เจ้าหน้าที่อาจขอหลักฐานวัตถุประสงค์ ที่พัก การเดินทางกลับ และเงินสำหรับการพำนัก
คู่มือของคณะกรรมาธิการยุโรปย้ำว่า เครื่องคำนวณเป็นเพียงเครื่องมือช่วย และหน่วยงานของประเทศสมาชิกเป็นผู้ใช้กฎหมายและตัดสินระยะพำนักที่อนุญาต HR จึงควรเก็บ screenshot หรือ PDF ผลคำนวณพร้อมวันที่ตรวจเพื่อเป็นหลักฐานการทำงานภายใน ไม่ใช้เป็นหนังสืออนุญาตเดินทาง
HR ควรทำ 90/180 Counting Checklist อย่างไร?
ให้ตั้งเจ้าของข้อมูลหนึ่งคน ใช้ ledger รายบุคคล และกำหนดจุดตรวจอย่างน้อยสามครั้ง: ก่อนเสนอทริป ก่อนออกตั๋ว และก่อนเดินทาง 7–14 วัน วิธีนี้ช่วยจับทั้งการเดินทางส่วนตัวที่เพิ่งเพิ่มและการเปลี่ยนเที่ยวบินของทริปก่อนหน้า
ข้อมูลขั้นต่ำใน master travel ledger
สร้างหนึ่งแถวต่อช่วงที่เข้า–ออกเชงเก้นจริง ไม่ทำหนึ่งแถวต่อประเทศที่เที่ยวภายในพื้นที่เดียวกัน ฟิลด์ที่ควรมี ได้แก่
- ชื่อ–นามสกุลตรงพาสปอร์ต และหมายเลขพนักงาน
- สัญชาติ หมายเลขพาสปอร์ต และวันหมดอายุพาสปอร์ต
- ประเภทเอกสาร: วีซ่า C, วีซ่า D, ใบอนุญาตพำนัก หรือสถานะอื่น
VALID FROM,UNTIL,NUMBER OF ENTRIESและDURATION OF STAY- วันเข้าเชงเก้น จุดผ่านพรมแดนแรก และวันออกเชงเก้น
- วัตถุประสงค์: งานแฟร์ ประชุม เยี่ยมลูกค้า ทริปรางวัล หรือส่วนตัว
- แหล่งหลักฐาน: ตั๋ว บอร์ดดิ้งพาส บันทึก EES หรือเอกสารอื่น
- วันที่คำนวณล่าสุด โหมดที่ใช้ และจำนวนวันที่เครื่องมือแสดง
- ผู้ตรวจทาน และสถานะ “พร้อมออกตั๋ว / ต้องยืนยัน / ห้ามล็อก”
เช็กลิสต์ก่อนออกตั๋ว
- ผู้เดินทางส่งประวัติเข้าออกเชงเก้นย้อนหลังอย่างน้อย 180 วัน และแจ้งทริปส่วนตัวแล้ว
- วันเข้าและวันออกถูกนับทั้งคู่
- การเดินทางภายในเชงเก้นไม่ถูกนับซ้ำเป็นหลายรอบ
- ช่วงที่ใช้วีซ่า D หรือใบอนุญาตพำนักถูกแยกออกเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ
- ป้อนวันจริงลง official calculator ใน Planning mode แล้ว
- เทียบผลกับ
DURATION OF STAYและช่วงอายุวีซ่าแล้ว - จำนวนครั้งเข้าออกตรงกับ
01,02หรือMULT - มี buffer สำหรับความล่าช้าหรือการเปลี่ยนเส้นทาง
- สมาชิกที่ใกล้เพดานได้รับการยืนยันจากหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนซื้อตั๋ว
- บันทึกผลคำนวณ วันที่ตรวจ และชื่อผู้ตรวจไว้ในระบบบริษัท
เช็กลิสต์ก่อนเดินทาง
- ถามสมาชิกอีกครั้งว่ามีทริปเชงเก้นใหม่หลังการตรวจรอบแรกหรือไม่
- อัปเดตวันออกจริงจากทริปก่อนหน้า ไม่ใช้วันตาม itinerary เดิม
- ตรวจว่าวีซ่าและพาสปอร์ตยังครอบคลุมวันเดินทาง
- เตรียมกำหนดการ โรงแรม ตั๋วกลับ หนังสือเชิญ และข้อมูลผู้ประสานงาน
- สมาชิกเข้าใจว่าผล calculator ไม่ใช่การรับรองให้ผ่านด่าน
- มีแผนสำรองหากสมาชิกหนึ่งคนต้องเลื่อนวันเข้า ลดวันพำนัก หรือแยกเที่ยวบิน
ใครควรเป็นผู้อนุมัติเมื่อวันเหลือน้อย
ตั้ง threshold ภายใน เช่น หากผลคำนวณเหลือ buffer ต่ำกว่าที่องค์กรยอมรับ ให้ส่งต่อผู้รับผิดชอบวีซ่าหรือที่ปรึกษาก่อน Procurement ออกตั๋ว Threshold นี้เป็นกติกาบริหารความเสี่ยงของบริษัท ไม่ใช่กฎของเชงเก้น
ทีมจัดทริปควรเสนอทางเลือกอย่างน้อยสองแบบ เช่น ลดจำนวนวัน เลื่อนวันเข้า หรือเปลี่ยนผู้เข้าร่วม แทนการบังคับใช้แผนเดิมกับทุกคน หากต้องการจัดข้อมูลวีซ่าของกรุ๊ปและประสานงานเอกสาร สามารถ ดูบริการที่เกี่ยวข้อง โดยส่งประวัติเดินทางรายบุคคลผ่านช่องทางที่บริษัทอนุมัติ

ถ้านับวันผิดหรืออยู่เกินกำหนด มีความเสี่ยงอะไร?
การอยู่เกินระยะที่อนุญาตอาจทำให้สถานะการพำนักไม่ถูกต้อง ถูกสั่งให้ออก ถูกปฏิเสธการเข้า หรือมีผลตามกฎหมายของประเทศที่เกี่ยวข้อง ผลไม่ได้มีโทษเดียวกันทุกกรณี จึงไม่ควรเขียนในนโยบายบริษัทว่าเกินหนึ่งวันจะโดนค่าปรับหรือห้ามเข้าเป็นจำนวนปีตายตัว
อย่ารอแก้ที่สนามบินวันออก
ถ้าพบความเสี่ยงก่อนเดินทาง ให้หยุดการออกตั๋วและขอคำยืนยัน หากพบระหว่างทริป ให้ติดต่อหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของประเทศที่อยู่หรือผู้เชี่ยวชาญทันที การออกนอกเชงเก้นเองไม่ได้ลบประวัติ และการจองตั๋วใหม่ย้อนหลังไม่ได้เปลี่ยนวันที่พำนักจริง
EU Immigration Portal อธิบายว่า ผู้ที่ไม่เข้าเงื่อนไขการพำนักหรืออยู่หลังวีซ่าหรือใบอนุญาตหมดอายุอาจได้รับ return decision ขณะที่ขั้นตอนและผลอื่นขึ้นกับกฎหมายและการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการใช้วีซ่าถูกต้องมีผลต่อการวางแผนครั้งต่อไป
ประกาศ visa cascade สำหรับคนไทยปี 2026 เชื่อมคุณสมบัติของผู้เดินทางบ่อยกับประวัติใช้วีซ่าถูกต้องและไม่มีประวัติ overstay บริษัทจึงควรจัดการเรื่องนี้เป็นความเสี่ยงระยะยาว ไม่ใช่เพียงแก้ให้ทันเที่ยวบินหนึ่งครั้ง
แต่ HR ไม่ควรรับรองว่าไม่มี overstay แล้วจะได้วีซ่าหลายปีแน่นอน การออกวีซ่ายังคงเป็นการพิจารณาของสถานทูตหรือสถานกงสุลตามคำร้อง เอกสาร ประวัติ และเงื่อนไขปัจจุบัน
จุดที่ต้องยืนยันใหม่ทุกครั้ง
กฎ 90/180 เป็นกรอบร่วม แต่รายละเอียดวีซ่า จุดผ่านพรมแดน วัตถุประสงค์ และสถานะบุคคลต่างกัน ให้ยืนยันใหม่เมื่อเกิดกรณีต่อไปนี้
- มีวีซ่า D ใบอนุญาตพำนัก หรือหนังสือเดินทางมากกว่าหนึ่งเล่ม
- เคยทำพาสปอร์ตหาย เปลี่ยนเล่ม หรือไม่มีหลักฐานวันเข้าออกครบ
- มีทริปไปประเทศนอกเชงเก้นคั่นกลาง
- ต้องทำงาน รับค่าตอบแทน ติดตั้ง ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ หรือให้บริการหน้างาน
- เคยถูกปฏิเสธเข้า ถูกตั้งคำถามเรื่อง overstay หรือได้รับหนังสือจากหน่วยงาน
- แผนเดินทางพอดีกับจำนวนวันที่เหลือโดยไม่มี buffer
HR ต้องมีข้อมูลอะไรจึงตัดสินใจหรือขอราคาได้?
อย่างน้อยต้องมีรายชื่อผู้เดินทาง วันที่เข้า–ออกที่เสนอ ประวัติเชงเก้นย้อนหลัง เอกสารวีซ่าของแต่ละคน จุดหมายหลัก และวัตถุประสงค์กิจกรรม ข้อมูลครบตั้งแต่ต้นช่วยแยกคนที่พร้อมเดินทางออกจากคนที่ต้องยืนยันเพิ่ม โดยไม่ชะลอทั้งกรุ๊ป
ชุดข้อมูลสำหรับขอราคา
ส่งจำนวนคน เมือง ประเทศ วันเดินทาง สนามบินเข้า–ออก ระดับโรงแรม รูปแบบห้อง เที่ยวบินที่ต้องการ รถรับส่ง งานประชุม และกิจกรรมบริษัท หากมีสมาชิกวันคงเหลือน้อย ให้ระบุว่าต้องการทางเลือกกำหนดการสั้นลงหรือวันเดินทางสำรอง
ทีมสามารถเริ่มเทียบเส้นทางได้จาก ดูโปรแกรมยุโรปสำหรับองค์กร แต่โปรแกรมตัวอย่างไม่แทนการตรวจวีซ่าและวันพำนักรายบุคคล เส้นทางเดียวกันอาจใช้ได้กับสมาชิกส่วนใหญ่ ขณะที่หนึ่งคนต้องลดวันหรือเปลี่ยนรอบ
ชุดข้อมูลสำหรับตรวจวีซ่า
ใช้สำเนาพาสปอร์ตและวีซ่าที่อ่านชัด ประวัติวันเข้าออกทั้งหมด วัตถุประสงค์การเดินทาง หนังสือเชิญ และข้อมูลผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย จัดเก็บตามนโยบายคุ้มครองข้อมูลขององค์กร และจำกัดสิทธิ์เข้าถึงเฉพาะผู้ที่จำเป็น
หากพนักงานไม่ต้องการเปิดเผยทริปส่วนตัวทั้งหมด บริษัทอาจขอเฉพาะวันเข้า–ออกและประเทศที่จำเป็นต่อการคำนวณ พร้อมให้เจ้าตัวยืนยันความครบถ้วน จุดสำคัญคือยอดที่ใช้ตัดสินใจต้องสะท้อนการเดินทางจริง ไม่ใช่เฉพาะทริปที่บริษัทเป็นผู้จ่าย
ชุดข้อมูลสำหรับผู้อนุมัติ
สรุปเป็นหน้าเดียวต่อคน: วันใช้ไปในหน้าต่างที่เกี่ยวข้อง วันที่คาดว่าจะใช้เพิ่ม buffer ข้อจำกัดบนวีซ่า แหล่งหลักฐาน และสถานะความเสี่ยง ใช้สีหรือสถานะช่วยอ่านได้ แต่ต้องมีตัวเลขและวันที่รองรับ ไม่ใช้คำว่า “ผ่าน” หากยังไม่ได้รับคำยืนยันจากหน่วยงาน
สำหรับกรุ๊ปใหญ่ ให้ผู้อนุมัติเห็นจำนวนคนในแต่ละสถานะ เช่น พร้อมออกตั๋ว ต้องส่งเอกสารเพิ่ม และต้องเปลี่ยนแผน วิธีนี้ช่วยคุม deadline โดยไม่เปิดข้อมูลพาสปอร์ตเกินจำเป็นในที่ประชุม
สรุปกฎ 90/180 สำหรับทีมที่เดินทางบ่อย
กฎ 90/180 เชงเก้น นับโดยมองย้อนหลัง 180 วันจากทุกวันที่อยู่ในพื้นที่ และยอดพำนักต้องไม่เกิน 90 วัน วันเข้าและวันออกนับทั้งคู่ การเดินทางข้ามประเทศภายในเชงเก้นไม่เริ่มโควตาใหม่ และวีซ่าแบบ MULT ที่ยังมีอายุไม่ได้ลบเพดานนี้
วิธีทำงานที่ปลอดภัยคือ ใช้ ledger รายบุคคล อัปเดตจากวันเดินทางจริง ตรวจด้วย official calculator ทั้ง Check และ Planning mode แล้วเทียบกับช่องบนสติกเกอร์วีซ่าอีกครั้ง เมื่อข้อมูลขาด ผลพอดีเพดาน หรือมีเอกสารสถานะพิเศษ ให้ยืนยันกับหน่วยงานหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนออกตั๋ว
แหล่งอ้างอิง
- EUR-Lex: Regulation (EU) 2016/399 — Schengen Borders Code
- European Commission: Short-stay calculator
- European Commission: User manual for the short-stay Schengen calculator
- European Commission: Applying for a Schengen visa
- EUR-Lex: Uniform format for visas issued to non-EU nationals
- คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย: กฎวีซ่าเชงเก้นสำหรับคนไทยปี 2026
- European Commission: Entry/Exit System fully operational
- EU Immigration Portal: Staying in an EU country without permission
คำถามที่พบบ่อย
กฎ 90/180 เชงเก้นเริ่มนับจากวันไหน?
เริ่มนับวันเข้าเป็นวันพำนักวันแรก และนับวันออกเป็นวันสุดท้าย จากทุกวันที่อยู่ในเชงเก้นให้มองย้อนหลังรวม 180 วัน แล้วตรวจว่ายอดพำนักรวมไม่เกิน 90 วัน
ออกจากเชงเก้นหนึ่งวันแล้วโควตารีเซ็ตหรือไม่?
ไม่รีเซ็ต วันที่อยู่นอกเชงเก้นไม่เพิ่มยอดพำนัก แต่ประวัติเดิมยังอยู่ในหน้าต่างย้อนหลัง 180 วันจนกว่าวันเก่าจะเลื่อนพ้นกรอบ
วีซ่า Multiple Entry 1 ปี อยู่ยุโรปได้ 1 ปีหรือไม่?
ไม่ได้ วีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งอนุญาตให้เดินทางเข้าได้หลายครั้งในช่วงอายุวีซ่า แต่ยังต้องทำตาม DURATION OF STAY บนสติกเกอร์และกฎพำนักระยะสั้นไม่เกิน 90 วันในทุกช่วง 180 วัน
ไปฝรั่งเศส 10 วันแล้วต่ออิตาลี 7 วัน นับกี่วัน?
ถ้าอยู่ในพื้นที่เชงเก้นต่อเนื่อง จะนับรวม 17 วัน ไม่แยกเป็นโควตาฝรั่งเศสและอิตาลี และการข้ามพรมแดนภายในไม่ทำให้เริ่มนับใหม่
เครื่องคำนวณของ EU ใช้แทนคำยืนยันจากสถานทูตได้หรือไม่?
ไม่ได้ เครื่องมือช่วยตรวจและวางแผนตามข้อมูลที่ป้อน แต่ไม่ก่อให้เกิดสิทธิพำนักและไม่แทนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ หากข้อมูลซับซ้อนหรือใกล้เพดานควรยืนยันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
HR ต้องนับทริปส่วนตัวของพนักงานด้วยหรือไม่?
ต้องรวมวันพำนักเชงเก้นทุกทริปของบุคคลนั้น ไม่ว่าใครเป็นผู้จ่าย บริษัทอาจจัดกระบวนการรับรองข้อมูลที่เคารพความเป็นส่วนตัว แต่ยอดที่ใช้คำนวณต้องครบจึงจะตัดสินใจได้