
ขอวีซ่าเชงเก้นต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร ตัวเลขจริงต่อประเทศและวิธีเตรียม Statement
ขอวีซ่าเชงเก้นต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร คำตอบคือ ไม่มีเลขเดียวที่ใช้ได้ทุกประเทศ ต้องดูประเทศที่รับคำร้อง จำนวนวัน รูปแบบที่พัก และใครเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ตัวอย่างเช่น ฝรั่งเศสใช้ €65 ต่อวันเมื่อมีหลักฐานจองโรงแรม ขณะที่สเปนปี 2026 ใช้ €122 ต่อคนต่อวัน และสวิตเซอร์แลนด์ใช้ CHF100 ต่อวัน
ยอดตามสูตรเป็นเพียงเกณฑ์อ้างอิง ไม่ใช่ยอดที่ทำให้วีซ่าผ่านโดยอัตโนมัติ เจ้าหน้าที่พิจารณาความน่าเชื่อถือของเอกสาร ที่มาของเงิน รายได้ประจำ ความสอดคล้องกับงานและแผนเดินทาง รวมถึงผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายด้วย สำหรับ HR วิธีที่ปลอดภัยกว่าการถามว่า “ต้องเติมเงินเท่าไร” คือคำนวณยอดตามประเทศ แล้วตรวจ Statement ย้อนหลังและเอกสารบริษัทเป็นชุดเดียวกัน
หลักปฏิบัติที่ใช้ได้กับทั้งกรุ๊ปคือ อย่าเริ่มจากการโอนเงิน ให้เริ่มจากการจัดประเภทเคส พนักงานที่ออกเอง บริษัทไทยออกให้ และผู้เชิญต่างประเทศออกให้ต้องใช้หลักฐานคนละชุด เมื่อแยกผู้รับผิดชอบถูกต้อง HR จะรู้ว่าต้องขอ Statement ของใคร หนังสือฉบับใด และยอดส่วนไหนยังไม่มีผู้รับผิดชอบ
ควรเผื่อเวลาตรวจรายการผิดปกติก่อนวันนัด ไม่ใช่รอรวมแฟ้มคืนสุดท้าย เพราะหนังสือจากธนาคาร ผู้เชิญ หรือฝ่ายบัญชีอาจใช้เวลาออกใหม่ หากพบข้อมูลไม่ตรง ให้แก้เอกสารต้นทางและคำนวณงบใหม่ อย่าเขียนคำอธิบายเพื่อกลบความคลาดเคลื่อน
หน้าสรุปสำหรับผู้อนุมัติควรมีข้อมูลต่อไปนี้:
| Field | สิ่งที่ผู้อนุมัติต้องเห็น |
|---|---|
| Filing country | ประเทศผู้รับคำร้องและเหตุผล |
| Travel dates | วันเข้า วันออก และจำนวนวัน |
| Travellers | จำนวนคนและรายชื่อที่ยืนยันแล้ว |
| Sponsor | ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายแต่ละหมวด |
| Daily reference | เกณฑ์ต่อวันและยอดขั้นต่ำ |
| Paid costs | ค่าใช้จ่ายที่ชำระแล้ว |
| Personal funds | เงินส่วนตัวที่ยังต้องเตรียม |
| Official source | แหล่งทางการและวันที่ตรวจล่าสุด |
หากต้องการดูภาพรวมค่าใช้จ่ายส่วนอื่นก่อนตั้งงบ อ่าน ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นสำหรับทริปบริษัท ควบคู่กับบทนี้ ส่วนทีมที่ต้องการจัดลำดับเอกสารทั้งคณะสามารถดู บริการดูแลวีซ่ายุโรป และตรวจเส้นทางที่สนใจจาก โปรแกรมยุโรปสำหรับองค์กร
> ข้อมูลตัวเลขในบทความตรวจจากเว็บไซต์ทางการ ณ 24 กรกฎาคม 2026 กฎและ checklist อาจเปลี่ยนได้ จึงต้องตรวจหน้าเว็บของประเทศผู้รับคำร้องอีกครั้งก่อนยื่นจริง
วีซ่าเชงเก้นต้องมีเงินในบัญชีเท่าไร คิดจากอะไร?
ให้เริ่มจากสูตร `เกณฑ์ต่อวัน × จำนวนวัน × จำนวนผู้เดินทาง` แล้วปรับตามเงื่อนไขที่พักและผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของประเทศนั้น อย่างไรก็ตาม สูตรนี้ตอบเพียงว่า “จำนวนเงินอ้างอิงเท่าไร” ยังไม่ตอบว่า Statement น่าเชื่อถือหรือเอกสารสนับสนุนครบหรือไม่
Visa Code ฉบับรวมของสหภาพยุโรป ระบุว่าเงินยังชีพต้องประเมินตามระยะเวลา วัตถุประสงค์การเดินทาง และราคาอาหารกับที่พักของประเทศสมาชิก หลักฐานผู้สนับสนุนหรือที่พักส่วนตัวอาจใช้ประกอบได้ และการพิจารณาคำร้องยังดูความแท้จริงและความน่าเชื่อถือของเอกสารด้วย
สูตรขั้นต่ำไม่ใช่ยอดแนะนำเดียวกันทุกเคส
สมมติพนักงานไป 7 วัน หากประเทศกำหนด €55 ต่อวัน สูตรอ้างอิงคือ €385 แต่ไม่ได้แปลว่าบัญชีที่มียอด €385 พอดีจะเพียงพอในทุกสถานการณ์ ผู้ยื่นยังต้องอธิบายค่าเที่ยวบิน ที่พักที่ยังไม่ได้ชำระ ค่าเดินทางภายในประเทศ และภาระทางการเงินของตนให้สอดคล้องกัน
ในทางกลับกัน ผู้ยื่นที่บริษัทชำระเที่ยวบิน โรงแรม รถ และอาหารหลักให้อาจไม่จำเป็นต้องแสดงยอดส่วนตัวเท่ากับผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง แต่ต้องมีหนังสือและหลักฐานของบริษัทที่ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นขอบเขตการรับผิดชอบอย่างชัดเจน อย่าลดยอดหรือเอกสารด้วยการคาดเดา ให้ยึด checklist ของประเทศผู้รับคำร้องเป็นหลัก
เงิน €100 ต่อวันใช้เป็นหลักคิดได้หรือไม่?
ใช้เป็น งบเผื่อวางแผนภายใน ได้ในบางเส้นทาง แต่ห้ามเรียกว่าเกณฑ์กลางของเชงเก้น เพราะตัวเลขทางการต่างกันมาก ฝรั่งเศสอาจสูงถึง €120 ต่อวันเมื่อไม่มีหลักฐานโรงแรม เนเธอร์แลนด์ใช้ €55 ต่อวัน และสวิตเซอร์แลนด์ใช้สกุลฟรังก์สวิส
ถ้า HR ต้องตั้งงบคร่าว ๆ ก่อนรู้ประเทศยื่น การใช้ประมาณ €100 ต่อวันต่อคนช่วยเห็นขนาดงบได้ แต่ก่อนส่งคำร้องต้องแทนค่าด้วยเกณฑ์จริง พร้อมดูยอดขั้นต่ำแบบเหมาจ่าย เงื่อนไขที่พัก และรูปแบบหลักฐานของประเทศนั้น
ต้องแปลงเป็นเงินบาทหรือไม่?
ไม่ควรล็อกตัวเลขเงินบาทไว้ในเอกสารวางแผนนาน เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนทุกวัน ให้เก็บสูตรเป็น EUR หรือ CHF แล้วคำนวณเงินบาทใกล้วันออกเอกสาร โดยใช้แหล่งอัตราแลกเปลี่ยนที่องค์กรอนุมัติและเผื่อความผันผวนตามนโยบายการเงินของบริษัท

แต่ละประเทศใช้เกณฑ์เงินต่างกันเท่าไร?
ตารางนี้เทียบตัวอย่างประเทศปลายทางยอดนิยมจากแหล่งทางการ และคำนวณกรณีเดินทาง 7 วันเพื่อให้เห็นขนาดตัวเลข ไม่ใช่ใบรับรองว่ายอดดังกล่าวเพียงพอสำหรับคำร้องของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
| ประเทศ | เกณฑ์ทางการที่พบ | ตัวอย่าง 7 วัน / 1 คน | สิ่งที่ต้องอ่านให้ครบ |
|---|---|---|---|
| ฝรั่งเศส | €65/วันเมื่อมีโรงแรม, €120/วันเมื่อไม่มีหลักฐานโรงแรม, €32.50/วันเมื่อพักกับเจ้าบ้านและมี attestation d’accueil | €455, €840 หรือ €227.50 ตามกรณี | การจองโรงแรมครบหรือบางส่วนทำให้สูตรต่างกัน |
| สเปน | ปี 2026 €122/คน/วัน; ตั้งแต่ 9 วันขึ้นไปต้องมีอย่างน้อย €1,099 | €854 | ตรวจปีปัจจุบันและยอดขั้นต่ำตามจำนวนวัน |
| เนเธอร์แลนด์ | €55/คน/วัน | €385 | หากมีไม่ถึงเกณฑ์ อาจต้องมีผู้สนับสนุนตามขั้นตอนของเนเธอร์แลนด์ |
| สวิตเซอร์แลนด์ | CHF100/คน/วัน | CHF700 | ใช้สกุล CHF และหลักฐานอาจเป็นเงินสด บัตรเครดิต หรือหลักประกันอื่นตามเงื่อนไข |
| อิตาลี | 6–10 วัน: คนเดียว €44.93/วัน; ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป €26.33/คน/วัน | €314.51 คนเดียว หรือ €184.31/คนเมื่อเดินทางอย่างน้อย 2 คน | อิตาลีใช้ตารางแยกตามจำนวนวันและจำนวนคน ไม่ใช่อัตราเดียว |
| เยอรมนี | หน้า checklist สำหรับผู้ยื่นในไทยที่ใช้อ้างอิงนี้ไม่ได้ประกาศยอดต่อวันคงที่ | ต้องคำนวณค่าใช้จ่ายจริงและเตรียมหลักฐานตาม checklist | เน้นเงินเดือนและ Statement 3 เดือน รวมถึงหลักฐานผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย |
ฝรั่งเศสคิดตามหลักฐานที่พักอย่างไร?
France-Visas แสดงเกณฑ์ €65 ต่อวันเมื่อมีหลักฐานจองโรงแรม และ €120 ต่อวันเมื่อไม่มีหลักฐานโรงแรม หากจองโรงแรมเพียงบางช่วง ให้คิด €65 สำหรับวันที่มีการจอง และ €120 สำหรับวันที่เหลือ
กรณีพักกับบุคคลในฝรั่งเศส ต้องมีเอกสารรับรองการต้อนรับตามขั้นตอนท้องถิ่น และหน้าเดียวกันระบุยอด €32.50 ต่อวันเพิ่มเติม การเขียนในจดหมายว่า “พักบ้านเพื่อน” โดยไม่มีเอกสารตามรูปแบบจึงไม่ควรถูกใช้เพื่อลดยอดอย่างเดียว
สเปนปี 2026 คิดอย่างไร?
กระทรวงการต่างประเทศสเปน ระบุสำหรับปี 2026 ที่ €122 ต่อคนต่อวัน และสำหรับการพำนัก 9 วันขึ้นไปต้องมียอดขั้นต่ำ €1,099 หน้าเว็บยังระบุรูปแบบหลักฐานที่ใช้แสดงเงินได้และเตือนว่ารูปแบบเอกสารบางประเภทอาจไม่รับ จึงต้องดูข้อกำหนดของสถานที่ยื่นในไทยอีกชั้น
ตัวอย่าง 7 วันคำนวณได้ €854 ส่วน 10 วันคำนวณตามรายวันได้ €1,220 ซึ่งสูงกว่ายอดขั้นต่ำ €1,099 การคำนวณควรทำแยกต่อคนก่อน แล้วรวมเป็นงบกรุ๊ปเพื่อให้ HR เห็นภาระรวม
เนเธอร์แลนด์และสวิตเซอร์แลนด์ต่างกันอย่างไร?
NetherlandsWorldwide ระบุ €55 ต่อคนต่อวัน หากผู้เดินทางแสดงเงินจำนวนนี้ไม่ได้ ต้องจัดผู้สนับสนุนตามขั้นตอนที่กำหนด ส่วน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองสวิตเซอร์แลนด์ ระบุ CHF100 ต่อวันสำหรับผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายเอง
อย่านำ CHF100 ไปเท่ากับ €100 โดยตรง และอย่าคูณยอดของประเทศหนึ่งเพื่อใช้กับคำร้องอีกประเทศ หากทริปผ่านหลายประเทศ ต้องยื่นกับประเทศที่เป็นจุดหมายหลักตามกฎ และอธิบายแผนค่าใช้จ่ายตลอดเส้นทางให้สอดคล้องกับ itinerary
อิตาลีทำไมตัวเลขไม่ใช่อัตราเดียว?
ตารางเงินยังชีพของกระทรวงการต่างประเทศอิตาลี แบ่งตามระยะเวลา 1–5 วัน, 6–10 วัน, 11–20 วัน และมากกว่า 20 วัน พร้อมแยกคนเดียวกับตั้งแต่สองคนขึ้นไป
ทริป 7 วันสำหรับคนเดียวจึงใช้ €44.93 × 7 = €314.51 ส่วนกรุ๊ปตั้งแต่สองคนขึ้นไปใช้ €26.33 ต่อคนต่อวัน หรือ €184.31 ต่อคนสำหรับ 7 วัน ตัวเลขนี้เป็นเกณฑ์ตามตาราง ไม่ใช่คำแนะนำให้พนักงานรักษายอดเพียงเท่านั้น เพราะ Statement ยังต้องสัมพันธ์กับรายได้และค่าใช้จ่ายจริง

Statement ย้อนหลังกี่เดือน และเจ้าหน้าที่ดูอะไร?
สำหรับเคสยื่นเยอรมนีในไทย หน้า checklist ทางการระบุหลักฐานรับเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน และ Statement ธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนที่เห็นเงินเดือนเข้าอย่างชัดเจน หลักคิดที่นำไปใช้ได้คือเตรียมเอกสารให้เห็นทั้งยอดคงเหลือ การเคลื่อนไหว และที่มาของเงิน ไม่ใช่ส่งเฉพาะหน้าสุดท้ายที่มียอดสูง
สถานทูตเยอรมนี กรุงเทพฯ สำหรับวีซ่าติดต่อธุรกิจ ระบุหลักฐานเงินเดือนและ Statement ย้อนหลัง 3 เดือน สำหรับประเทศอื่น จำนวนเดือน รูปแบบตราประทับ ภาษา และบัญชีที่ยอมรับอาจต่างกัน จึงต้องใช้ checklist ของประเทศนั้น ไม่ควรขยายคำว่า 3 เดือนเป็นกฎกลางโดยไม่มีแหล่งอ้างอิง
ยอดคงเหลือสำคัญ แต่ความต่อเนื่องสำคัญด้วย
Statement ที่อ่านง่ายควรทำให้เจ้าหน้าที่ตอบได้ว่าเงินมาจากไหน เข้าสม่ำเสมอหรือไม่ และยอดหลังหักค่าใช้จ่ายยังรองรับทริปได้อย่างสมเหตุสมผล เงินเดือนที่ตรงกับหนังสือรับรองการทำงานช่วยเชื่อมเอกสารสองชุดเข้าด้วยกัน
หากมีรายรับหลายทาง ให้แนบหลักฐานตามที่ checklist อนุญาตและเขียนคำอธิบายสั้น ๆ สำหรับรายการที่อาจทำให้สงสัย เช่น โบนัส เงินปันผล การขายทรัพย์สิน หรือเงินคืนจากบริษัท หลีกเลี่ยงการส่งเอกสารจำนวนมากโดยไม่มีสารบัญ เพราะข้อมูลสำคัญอาจถูกกลบ
เงินก้อนเข้าก่อนยื่นเป็นปัญหาเสมอหรือไม่?
ไม่ใช่ทุกเงินก้อนเป็นปัญหา แต่เงินก้อนที่ไม่มีที่มาและเข้าก่อนยื่นไม่นานเพิ่มภาระการอธิบาย สถานทูตเยอรมนี กรุงเทพฯ ระบุว่าหลักฐานต้องทำให้เห็นชัดว่าไม่ได้มีการโอนทรัพย์สินจากบุคคลที่สามเพียงเพื่อจุดประสงค์ในการยื่นวีซ่า
ถ้าเงินก้อนเป็นโบนัสจริง ให้แนบ payslip หรือหนังสือรับรองโบนัส ถ้าเป็นการคืนค่าใช้จ่ายจากบริษัท ให้มีเอกสารอ้างอิง ถ้าเป็นเงินจากการขายทรัพย์สิน ให้เตรียมสัญญาและหลักฐานรับเงินตามที่ผู้รับคำร้องยอมรับ จุดสำคัญคืออธิบายตามความจริง ไม่สร้างรายการเดินบัญชีให้ดูดีชั่วคราว
ใช้บัญชีออมทรัพย์ บัญชีเงินเดือน หรือบัญชีลงทุน?
บัญชีเงินเดือนมักอธิบายรายได้ประจำได้ง่าย ส่วนบัญชีออมทรัพย์อีกบัญชีอาจช่วยแสดงเงินสำรอง หาก checklist เปิดให้ใช้หลายบัญชี ควรทำหน้าสรุปว่าบัญชีใดทำหน้าที่อะไรและยอดรวมคำนวณอย่างไร
บัญชีลงทุน บัตรเครดิต หรือหลักทรัพย์ไม่ควรถูกนับแทนเงินฝากโดยอัตโนมัติ แม้บางประเทศยอมรับบัตรเครดิตหรือหลักประกันบางประเภท เงื่อนไขการถอน ความเป็นเจ้าของ และรูปแบบหนังสือรับรองต้องตรงกับข้อกำหนดของประเทศผู้รับคำร้อง
ถ้าบริษัทออกค่าใช้จ่าย ต้องใช้ Statement ส่วนตัวอีกไหม?
อย่าตัด Statement ส่วนตัวออกเองเพียงเพราะบริษัทออกค่าใช้จ่าย หลาย checklist ยังขอหลักฐานเงินเดือนและบัญชีของผู้ยื่นเพื่อดูสถานะการงาน ความผูกพัน และความสอดคล้องของข้อมูล ขณะเดียวกันต้องมีเอกสารบริษัทที่ระบุว่าออกค่าใช้จ่ายอะไรให้ใครและช่วงใด
สำหรับวีซ่าติดต่อธุรกิจเยอรมนี สถานทูตเยอรมนี กรุงเทพฯ ระบุว่า หากนายจ้างหรือผู้เชิญรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ผู้ยื่นต้องมี Statement บริษัทย้อนหลัง 3 เดือนประกอบ หรือใช้หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายอย่างเป็นทางการจากบริษัทผู้เชิญในเยอรมนีได้ เงื่อนไขนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดว่าหลักฐานผู้สนับสนุนต้องมากกว่าประโยคสั้น ๆ ในจดหมายลา
หนังสือรับรองค่าใช้จ่ายควรตอบอะไร?
อย่างน้อยเอกสารควรทำให้เห็นผู้สนับสนุน ผู้เดินทาง วัตถุประสงค์ ช่วงเดินทาง และหมวดค่าใช้จ่ายที่บริษัทรับผิดชอบ ข้อมูลต้องตรงกับ itinerary การจอง ที่พัก หนังสือรับรองการทำงาน และแบบฟอร์มคำร้อง
ใช้ชื่อบริษัท เลขทะเบียน ที่อยู่ และผู้มีอำนาจลงนามตามเอกสารจริง อย่าใส่คำรับรองเกินขอบเขต เช่น บริษัทดูแล “ทุกอย่าง” แต่รายการจองแสดงว่าพนักงานจ่ายที่พักเอง หากมีค่าใช้จ่ายบางส่วน ให้แยกส่วนที่บริษัทจ่ายกับส่วนที่ผู้เดินทางจ่าย
Statement บริษัทควรเตรียมอย่างไร?
ใช้ช่วงเวลาและรูปแบบตาม checklist ของประเทศผู้รับคำร้อง ตัวอย่างเยอรมนีข้างต้นขอ 3 เดือน ให้เลือกบัญชีที่ใช้ดำเนินงานจริงและมีชื่อบริษัทตรงกับหนังสือรับรอง ไม่ควรส่งบัญชีที่ไม่มีความเคลื่อนไหวเพียงเพราะมียอดปลายงวดสูง
สำหรับกรุ๊ปหลายสิบคน ให้ทำตารางงบรวมที่เชื่อมจำนวนผู้เดินทาง ค่าเที่ยวบิน ที่พัก รถ อาหาร ประกัน และเงินส่วนตัวที่แต่ละคนต้องรับผิดชอบ ตารางภายในช่วยให้ผู้มีอำนาจลงนามยืนยันยอดได้จริง แต่เอกสารที่จะยื่นต้องเป็นตามรูปแบบที่สถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องกำหนด
ผู้เชิญต่างประเทศออกค่าใช้จ่ายแทนได้หรือไม่?
ทำได้ในบางประเทศผ่านหนังสือเชิญ หนังสือค้ำประกัน หรือแบบฟอร์มผู้สนับสนุนที่มีกระบวนการเฉพาะ แต่ชื่อเอกสารและขั้นตอนต่างกัน อย่าใช้จดหมายรับรองทั่วไปแทนแบบฟอร์มทางการเมื่อประเทศนั้นกำหนดรูปแบบไว้
HR ควรขอเอกสารจากผู้เชิญล่วงหน้า ตรวจว่าผู้ลงนามมีอำนาจ และให้วันที่กับขอบเขตค่าใช้จ่ายตรงกับเอกสารฝั่งไทย หากยังไม่แน่ใจ ให้ยืนยันกับสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องก่อนล็อกวันนัด

HR ควรเตรียมหลักฐานการเงินของทั้งทีมอย่างไร?
เริ่มจากสร้างบัญชีรายชื่อหนึ่งแถวต่อผู้เดินทาง แล้วระบุประเทศผู้รับคำร้อง จำนวนวัน ผู้จ่ายค่าใช้จ่าย ยอดอ้างอิง สถานะ Statement และรายการที่ต้องอธิบาย วิธีนี้ช่วยแยกเคสมาตรฐานออกจากเคสที่ต้องขอเอกสารเพิ่มก่อนวันยื่น
ขั้นที่ 1 ล็อกประเทศและจำนวนวัน
- ยืนยันประเทศที่เป็นจุดหมายหลักและสถานที่รับคำร้อง
- นับวันตั้งแต่วันเข้าเชงเก้นถึงวันออก รวมทั้งสองวัน
- แยกวันที่มีโรงแรม ที่พักผู้เชิญ หรือยังไม่มีหลักฐานที่พัก
- บันทึกสกุลเงินของเกณฑ์ ห้ามรวม EUR กับ CHF ในช่องเดียว
ขั้นที่ 2 คำนวณยอดอ้างอิงรายคน
สร้างคอลัมน์ `เกณฑ์ต่อวัน`, `จำนวนวัน`, `ยอดขั้นต่ำแบบเหมาจ่าย`, `ยอดตามสูตร` และ `ยอดที่ต้องใช้` ช่องสุดท้ายให้เลือกค่าที่สูงกว่าตามกฎของประเทศ พร้อมแนบลิงก์แหล่งทางการและวันที่ตรวจ
ตัวอย่างสเปน 10 วัน: €122 × 10 = €1,220 จึงใช้ €1,220 ไม่ใช่ยอดขั้นต่ำ €1,099 ตัวอย่างฝรั่งเศส 7 วัน โรงแรมครบทุกคืน: €65 × 7 = €455 หากขาดหลักฐานโรงแรม 2 คืน ให้คิด 5 × €65 บวก 2 × €120 รวม €565
ขั้นที่ 3 แบ่งผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
ใช้รหัสภายในสามแบบเพื่อไม่ให้สับสน:
| รหัส | ผู้รับผิดชอบ | หลักฐานที่ต้องจับคู่ |
|---|---|---|
| SELF | ผู้เดินทางออกเอง | Statement ส่วนตัว รายได้ การจอง และคำอธิบายแหล่งเงิน |
| COMPANY | บริษัทไทยออกทั้งหมดหรือบางส่วน | หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย หลักฐานบริษัท และเอกสารส่วนตัวตาม checklist |
| HOST | ผู้เชิญต่างประเทศออกทั้งหมดหรือบางส่วน | แบบฟอร์มผู้สนับสนุน/หนังสือเชิญตามประเทศ พร้อมเอกสารผู้ยื่น |
หากเป็นค่าใช้จ่ายร่วม เช่น บริษัทจ่ายเที่ยวบินกับโรงแรม แต่พนักงานจ่ายอาหารและช้อปปิ้ง ให้บันทึก `COMPANY + SELF` และระบุหมวดอย่างชัดเจน การเลือกเพียงช่องเดียวอาจทำให้ยอดใน Statement ดูไม่สอดคล้องกับคำอธิบาย
ขั้นที่ 4 ตรวจความสอดคล้องข้ามเอกสาร
- ชื่อและนามสกุลตรงพาสปอร์ตทุกหน้า
- ตำแหน่ง เงินเดือน และวันลาในหนังสือรับรองตรงกับ payslip
- วันที่เดินทางตรงระหว่างแบบฟอร์ม ตั๋ว ที่พัก ประกัน และหนังสือบริษัท
- เงินเดือนในเอกสารนายจ้างเห็นรายการเข้าใน Statement ตามรอบที่อ้าง
- เงินก้อนมีเอกสารที่มาและคำอธิบาย
- ผู้สนับสนุนระบุขอบเขตค่าใช้จ่ายตรงกับงบและการจอง
ขั้นที่ 5 ตรวจเวอร์ชันก่อนวันนัด
เว็บไซต์ทางการอาจปรับตัวเลข แบบฟอร์ม หรือจำนวนเดือนของ Statement หลังเริ่มเตรียมเอกสาร ให้กำหนดผู้รับผิดชอบตรวจหน้า checklist อีกครั้งก่อนวันนัด และบันทึกวันที่ตรวจใน tracker
ถ้ามีการเปลี่ยน itinerary จำนวนวัน หรือประเทศผู้รับคำร้อง ต้องคำนวณใหม่ทั้งทีม ไม่แก้เฉพาะยอดในตาราง เพราะเอกสารที่พัก ประกัน หนังสือบริษัท และคำอธิบายค่าใช้จ่ายอาจเปลี่ยนตาม
ตัวอย่างคำนวณสำหรับกรุ๊ปบริษัทต่างกันอย่างไร?
ตัวอย่างต่อไปนี้ใช้สาธิตกระบวนการ ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าคำร้องจะผ่าน HR ควรแทนจำนวนวัน ผู้รับผิดชอบ และยอดจากเอกสารจริงของแต่ละคนก่อนใช้
เคส A: ฝรั่งเศส 7 วัน บริษัทจ่ายโรงแรมครบ
พนักงาน 20 คนเดินทาง 7 วัน มีโรงแรมครบทุกคืน เกณฑ์อ้างอิงฝรั่งเศสคือ €65 × 7 = €455 ต่อคน หรือ €9,100 ทั้งกลุ่ม แต่ตัวเลขรวมนี้ไม่ได้หมายความว่าต้องกระจายเงินบริษัทเข้าบัญชีพนักงานคนละ €455
ให้บริษัทระบุว่ารับผิดชอบโรงแรม เที่ยวบิน รถ และมื้อใดบ้าง พร้อมหลักฐานการจอง ส่วนพนักงานเตรียม Statement และรายได้ตาม checklist เพื่อแสดงค่าใช้จ่ายส่วนตัวกับสถานะของตน หากบริษัทจ่ายเฉพาะโรงแรม แต่พนักงานจ่ายเที่ยวบินเอง ต้องเขียนให้ตรง ไม่ใช้คำว่า “ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด”
เคส B: สเปน 10 วัน พนักงานออกค่าใช้จ่ายเอง
เกณฑ์รายวันปี 2026 คือ €122 × 10 = €1,220 ต่อคน ผู้ยื่นต้องเตรียม Statement ที่แสดงว่ามีทรัพยากรรองรับยอดนี้และค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้ชำระ หากยอดปิดบัญชี €1,250 แต่ต้องซื้อตั๋วราคา €900 จากบัญชีเดียวกัน ภาพรวมอาจไม่เหลือพอสำหรับค่าใช้จ่ายตลอดทริป
วิธีตรวจคือทำ cash-flow ก่อนยื่น: ยอดที่ใช้ได้ ลบรายการที่ยังต้องจ่าย แล้วเทียบกับยอดอ้างอิงและภาระประจำ อย่านับวงเงินบัตรเครดิตหรือเงินของบุคคลอื่นรวมโดยไม่มีหลักฐานว่าประเทศผู้รับคำร้องยอมรับ
เคส C: สวิตเซอร์แลนด์ 6 วัน บริษัทจ่ายหลัก พนักงานจ่ายส่วนตัว
เกณฑ์อ้างอิงของสวิตเซอร์แลนด์คือ CHF100 × 6 = CHF600 ต่อคน แต่เมื่อบริษัทจ่ายเที่ยวบิน โรงแรม และรถ ต้องแสดงขอบเขตนั้นด้วยเอกสารบริษัท พนักงานยังควรมีหลักฐานเงินส่วนตัวสำหรับมื้อหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รวม โดยไม่สรุปเองว่ายอดต้องเป็นศูนย์
กรุ๊ป 30 คนควรมีตารางหนึ่งแถวต่อคน ระบุว่าใครมีคู่สมรสเป็นผู้สนับสนุน ใครเพิ่งรับโบนัส และใครใช้บัญชีเงินเดือนคนละธนาคาร การจัดทุกคนเป็นเคสเดียวทำให้เอกสารพิเศษหลุดในวันยื่น
เคส D: อิตาลี 5 วันกับ 7 วันห้ามใช้สูตรเดียวกัน
อิตาลี 1–5 วันใช้ยอดคงที่ตามตาราง ขณะที่ 6–10 วันใช้อัตรารายวัน หากเปลี่ยนทริปจาก 5 เป็น 7 วัน HR ต้องเปลี่ยนแถวสูตร ไม่ใช่เพิ่มอีกสองวันด้วยอัตราเดิม การแบ่งคนเดียวกับตั้งแต่สองคนขึ้นไปก็ทำให้ยอดต่อคนต่างกัน
ก่อนส่ง tracker ให้ผู้บริหาร ควรใส่ชื่อแหล่ง วันที่ตรวจ และสูตรไว้ในหมายเหตุ เพื่อให้คนที่รับช่วงงานเห็นว่าเลขมาจากตารางส่วนใด หากเห็นเพียงยอดรวม จะตรวจความถูกต้องไม่ได้เมื่อจำนวนวันเปลี่ยน
เอกสารชุดไหนควรอยู่ด้วยกันในวันตรวจภายใน?
จัดแฟ้มหนึ่งชุดต่อคน โดยใช้ลำดับเดียวกันทั้งทีม ผู้ตรวจจะเห็นจุดขัดกันเร็วกว่าเมื่อ Statement หนังสือรับรองงาน แผนเดินทาง และหลักฐานผู้สนับสนุนอยู่ใกล้กัน
ชุดที่ 1 ตัวตนและสถานะการทำงาน
ใส่สำเนาพาสปอร์ต แบบฟอร์ม หนังสือรับรองการทำงาน เอกสารอนุมัติลา และ payslip ตามที่ checklist ขอ ชื่อ ตำแหน่ง เงินเดือน และวันที่ต้องตรงกัน หากพนักงานเปลี่ยนตำแหน่งหรือเงินเดือนเพิ่งปรับ ให้แนบคำอธิบายจากนายจ้างตามความจริง
ชุดที่ 2 เงินส่วนตัวและที่มาของรายได้
ใส่ Statement ตามช่วงเวลา หลักฐานบัญชีเสริม และเอกสารอธิบายเงินก้อน ทำหน้าสรุปสั้น ๆ เฉพาะกรณีที่มีหลายบัญชีหรือรายการผิดปกติ ไม่ต้องเขียนจดหมายยาวสำหรับการเคลื่อนไหวปกติ
ชุดที่ 3 ค่าใช้จ่ายจากบริษัทหรือผู้เชิญ
ใส่หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย Statement บริษัทหรือแบบฟอร์มผู้สนับสนุน และหลักฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจตาม checklist รายชื่อในจดหมายต้องตรงกับคนในแฟ้ม หากใช้จดหมายรวมทั้งกลุ่ม ให้ทำดัชนีชี้ว่าชื่อผู้ยื่นอยู่หน้าใด
ชุดที่ 4 แผนและการจอง
ใส่ itinerary เที่ยวบิน ที่พัก ประกัน และกิจกรรมที่รองรับวัตถุประสงค์การเดินทาง ยอดในงบต้องไม่ขัดกับสิ่งที่ชำระแล้ว เช่น จดหมายระบุบริษัทจ่ายโรงแรม แต่ใบจองแสดงชื่อผู้ชำระเป็นพนักงานโดยไม่มีคำอธิบาย
Bank Statement checklist ก่อนส่งคำร้องมีอะไรบ้าง?
เช็กลิสต์นี้ใช้เป็นจุดตรวจภายใน ไม่แทน checklist ทางการของสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้อง
เอกสารส่วนบุคคล
- [ ] Statement ครบจำนวนเดือนที่ประเทศผู้รับคำร้องกำหนด
- [ ] ทุกหน้ามีชื่อเจ้าของบัญชีหรือข้อมูลที่เชื่อมเจ้าของบัญชีได้
- [ ] ยอดเปิด ยอดเคลื่อนไหว และยอดปิดอ่านชัด
- [ ] เงินเดือนตรงกับ payslip และหนังสือรับรองการทำงาน
- [ ] เงินก้อนหรือรายการผิดปกติมีหลักฐานที่มา
- [ ] ไม่มีการยืมเงินชั่วคราวเพื่อทำยอด
- [ ] รูปแบบเอกสาร ตราประทับ ลายเซ็น ภาษา และวันที่ออกตรง checklist
เอกสารบริษัทหรือผู้สนับสนุน
- [ ] หนังสือระบุรายชื่อผู้เดินทาง วัตถุประสงค์ วันที่ และหมวดค่าใช้จ่าย
- [ ] ผู้ลงนามและข้อมูลนิติบุคคลตรงเอกสารบริษัท
- [ ] Statement บริษัทครบช่วงที่ checklist ขอ
- [ ] ยอดและการเคลื่อนไหวรองรับงบรวมของกรุ๊ปอย่างสมเหตุสมผล
- [ ] เอกสารผู้เชิญต่างประเทศเป็นแบบฟอร์มที่ประเทศนั้นยอมรับ
- [ ] ข้อมูลในจดหมายเชิญตรงกับ itinerary และการจอง
การควบคุมข้อมูลของ HR
- [ ] จำกัดสิทธิ์เข้าถึง Statement เฉพาะคนที่จำเป็น
- [ ] ส่งไฟล์ผ่านช่องทางที่องค์กรอนุมัติ
- [ ] ไม่ใส่ข้อมูลบัญชีเต็มในแชตกลุ่ม
- [ ] กำหนดวันลบสำเนาหลังจบกระบวนการตามนโยบายบริษัท
- [ ] เก็บ tracker แยกจากไฟล์ Statement เมื่อทำได้
จุดเสี่ยงที่ทำให้ยอดถึงแต่เอกสารยังอ่อนคืออะไร?
ความเสี่ยงหลักคือเงินไม่มีที่มา เอกสารขัดกัน ผู้สนับสนุนอธิบายไม่ครบ และใช้ตัวเลขผิดประเทศ ยอดสูงไม่แก้ปัญหาเหล่านี้ และการเติมเงินเพื่อให้ผ่านสูตรอาจทำให้คำร้องดูน่าเชื่อถือน้อยลง
ยอดปลายเดือนสูง แต่ตลอดสามเดือนติดลบ
หากบัญชีมีเงินเข้าก้อนใหญ่ก่อนออก Statement แต่ช่วงก่อนหน้ามียอดต่ำมาก เจ้าหน้าที่อาจต้องการรู้ที่มา แก้ด้วยหลักฐานจริงและคำอธิบาย ไม่ใช่ย้ายเงินวนระหว่างบัญชี หากเป็นเงินของผู้ยื่นเองจากอีกบัญชี ให้แสดงเส้นทางเงินตามที่ checklist ยอมรับ
บริษัทรับผิดชอบค่าใช้จ่าย แต่จดหมายไม่ระบุขอบเขต
คำว่า “บริษัทเป็นผู้สนับสนุน” ยังไม่บอกว่าออกค่าตั๋ว ที่พัก อาหาร รถ หรือเงินรายวัน หาก Statement ส่วนตัวต่ำและจดหมายไม่ชัด เจ้าหน้าที่จะเชื่อมภาพค่าใช้จ่ายไม่ได้ ให้แก้ที่รายละเอียดและเอกสารรองรับ ไม่ใช่เพิ่มถ้อยคำโฆษณา
ใช้สูตรประเทศปลายทางผิดกับประเทศผู้รับคำร้อง
ทริปผ่านฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ และอิตาลีไม่ได้หมายความว่าเลือกตัวเลขต่ำสุดในสามประเทศได้ ต้องยืนยันประเทศผู้รับคำร้องตามจุดหมายหลัก และอธิบายการใช้เงินตลอดทริป การเลือกประเทศยื่นเพราะคิดว่าเกณฑ์ต่ำกว่าทำให้เกิดความเสี่ยงด้านเขตอำนาจรับคำร้อง
ใช้ภาพหน้าจอแทนเอกสารธนาคารโดยไม่ตรวจข้อกำหนด
บางสถานที่รับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ บางแห่งกำหนดต้นฉบับ ตราประทับ หรือรูปแบบเฉพาะ หน้าเว็บสเปนที่อ้างในบทความยังระบุข้อจำกัดต่อ bank letters และ online statements ในบริบทของหน้านั้น จึงไม่ควรถือว่าภาพหน้าจอจากแอปใช้ได้ทุกประเทศ
ก่อนยื่นจริงควรยืนยันอะไรอีกครั้ง?
ยืนยันอย่างน้อยสี่เรื่อง: ประเทศผู้รับคำร้อง ตัวเลขปีปัจจุบัน จำนวนเดือนของ Statement และรูปแบบเอกสารผู้สนับสนุน การตรวจครั้งสุดท้ายควรเกิดหลัง itinerary คงที่และก่อนออกเอกสารธนาคาร เพื่อไม่ให้เอกสารหมดอายุหรือข้อมูลไม่ตรง
ถามสถานทูตหรือศูนย์รับคำร้องเมื่อใด?
ควรถามเมื่อเว็บไซต์สองหน้าระบุตัวเลขต่างกัน มีผู้สนับสนุนหลายฝ่าย ใช้บัญชีร่วม มีเงินก้อนที่อธิบายซับซ้อน หรือผู้เดินทางมีสถานะอาชีพไม่ตรงกับ checklist มาตรฐาน ขอคำตอบเป็นลายลักษณ์อักษรเมื่อช่องทางอนุญาต และเก็บวันที่กับชื่อหน้าที่ใช้อ้างอิง
บทความนี้ใช้ตัดสินผลวีซ่าได้หรือไม่?
ไม่ได้ บทความช่วยคำนวณและจัดเอกสารเบื้องต้น แต่สถานทูตหรือหน่วยงานที่มีอำนาจเป็นผู้พิจารณาคำร้อง และอาจขอเอกสารเพิ่มตามเคส การมีเงินถึงเกณฑ์ไม่รับรองการอนุมัติ เช่นเดียวกับยอดต่ำกว่าสูตรบางกรณีอาจมีผู้สนับสนุนตามกฎหมายมาช่วยได้
สรุป: เตรียมยอดให้พอ และเตรียมที่มาของเงินให้ตอบได้
คำถาม “วีซ่าเชงเก้น เงินในบัญชี เท่าไร” ต้องตอบสองชั้น ชั้นแรกคือสูตรของประเทศ เช่น ฝรั่งเศส €65 หรือ €120 ต่อวัน สเปนปี 2026 €122 ต่อวัน เนเธอร์แลนด์ €55 ต่อวัน สวิตเซอร์แลนด์ CHF100 ต่อวัน และอิตาลีตามตารางช่วงวัน ชั้นที่สองคือ Statement และเอกสารผู้สนับสนุนต้องอธิบายที่มาของเงินกับค่าใช้จ่ายได้
สำหรับกรุ๊ปบริษัท ให้คำนวณรายคนก่อน รวมเป็นงบทั้งคณะ แล้วแยก SELF, COMPANY และ HOST ให้ชัด ตรวจ Statement ย้อนหลังตาม checklist และอธิบายเงินก้อนตามความจริง วิธีนี้ลดการแก้เอกสารช่วงใกล้วันนัดและช่วยให้ผู้อนุมัติเห็นความเสี่ยงก่อนชำระค่าเดินทาง
คำถามที่พบบ่อย
ขอวีซ่าเชงเก้นมีเงิน 100,000 บาทพอไหม?
ตอบจากยอดเงินบาทอย่างเดียวไม่ได้ ต้องรู้ประเทศ จำนวนวัน ที่พัก และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายก่อน จากนั้นแปลงเกณฑ์ EUR หรือ CHF ด้วยอัตราใกล้วันยื่น และตรวจว่าประวัติ Statement กับที่มาของเงินน่าเชื่อถือ
ต้องมียอดคงเหลือเท่ากันตลอด 3 เดือนหรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องเท่ากันทุกวัน แต่เอกสารควรแสดงรายได้และการเคลื่อนไหวที่อธิบายได้ หากยอดสูงขึ้นจากเงินก้อน ต้องมีหลักฐานที่มา จำนวนเดือนของ Statement ให้ยึด checklist ของประเทศผู้รับคำร้อง
โอนเงินจากพ่อแม่หรือคู่สมรสเข้าบัญชีก่อนยื่นได้ไหม?
อย่าโอนเพียงเพื่อทำยอด หากบุคคลนั้นเป็นผู้สนับสนุนจริง ให้ใช้เอกสารผู้สนับสนุน ความสัมพันธ์ และหลักฐานการเงินตามรูปแบบที่ประเทศกำหนด การโอนก้อนสั้น ๆ โดยไม่มีคำอธิบายอาจเพิ่มข้อสงสัย
บริษัทออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด พนักงานไม่ต้องมีเงินส่วนตัวเลยใช่ไหม?
สรุปแบบนั้นไม่ได้ หลาย checklist ยังขอ Statement และหลักฐานรายได้ของพนักงาน แม้บริษัทเป็นผู้จ่ายหลัก ต้องส่งหนังสือรับรองค่าใช้จ่ายและหลักฐานบริษัทตามข้อกำหนด พร้อมระบุว่าพนักงานรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนใดบ้าง
ใช้ Statement ออนไลน์ได้หรือไม่?
ขึ้นกับประเทศและสถานที่ยื่น บางแห่งรับเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่บางแห่งขอเอกสารจากธนาคาร ตราประทับ หรือลายเซ็น ตรวจ checklist ล่าสุดก่อนออกเอกสาร และอย่าใช้ภาพหน้าจอแทน Statement โดยอัตโนมัติ